my diary

Mast Brothers Chocolate

March 8, 2012


จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีหนุ่มหน้ามนสองคนคัดสรรเมล็ดโกโก้ที่ดีที่สุดในโลก นำมาทำเป็น hand-crafted chocolate ที่มีส่วนผสมหลักเพียงสองอย่าง คือโกโก้และน้ำตาลอ้อย ห่อด้วยมือทุกชิ้นด้วยกระดาษลายสวยที่ออกแบบโดยคนในครอบครัวและผองเพื่อน เรียกว่าทุกอย่างทำด้วยความตั้งอกตั้งใจแบบเกินธรรมดา

คำตอบก็คือ Mast Brothers Chocolate ของสองพี่น้องนาม Michael และ Rick แห่งมหานครนิวยอร์กน่ะสิจ๊ะ เราเห็นชอกโกแลตของพี่เขาครั้งแรกที่ Stumptown เพราะว่ามีเวอร์ชั่นพิเศษ ชอกโกแลตใส่เมล็ดกาแฟ Stumptown ด้วย

มาทำความรู้จักกับสองพี่น้องกันหน่อยดีไหมคะ ว่าทำไมพวกเขาถึงหลงใหลการทำชอกโกแลตและการทำอะไรด้วยมือขนาดนี้ และการที่กินชอกโกแลตแล้วรู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสือของ Mark Twain อย่างที่เขาว่าน่ะมันเป็นยังไง

Mast Brothers Chocolate from Brennan Stasiewicz on Vimeo.

เท่านั้นยังไม่พอ ขอแปะรูปเพิ่มเติมให้เห็นกันไปเลยว่าเวิร์คช็อปชอกโกแลตของ Mast Brothers สร้างแรงบันดาลใจและน่าชื่นชมขนาดไหน enjoy ค่ะ…






‘It’s the old way that’s now new again. And I think it’s spreading like wild fire too.’ Rick Mast
Mast Brothers Chocolate

Photo courtesy of www.themakersproject.com by Jennifer Causey.

comment one

Kinfolk Magazine : A Guide for Small Gatherings.

February 14, 2012


Kinfolk Magazine : A Guide for Small Gatherings. คือคำขวัญของนิตยสารแสนสวย ว่าด้วยการ “มาเจอกัน” ของผู้คน ไม่อยากบรรยายอะไรมาก เพราะรูปเหล่านี้ “เล่า” ได้ดีกว่าคำบรรยายนับหมื่นคำ ขอตั้งปณิธาณว่าสักวันหนึ่งจะถ่ายรูปออกมาจนสวยอย่างนี้ให้ได้…










ข่าวดีคือ เล่มแรกสามารถอ่านได้ฟรีบน internet ที่นี่ หรือมีเวอร์ชั่น iPad ด้วย แต่ก่อนอื่น เข้าไปฟัง manifesto ของพวกเค้ากันก่อนค่ะ เป็นวีดิโอที่สวยมากเลย
Kinfolk

no comment

Rubberer

February 11, 2012


ไปเห็นมาจาก wall ของคุณป้าจ๋า กราฟิกดีไซเนอร์คนเก่งแล้วก็ต้องกด likeๆๆๆๆ ให้ร้านและเวิร์คช็อปตรายางลบ (เออคำนี้ไม่เลว) ที่ชั้น 2 โรงหนังลิโด ชื่อว่า Rubberer เพิ่งเปิดตัวเพจบน FB ไปเมื่อต้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมานี้เอง เนื่องจากกระผมมาประเทศนอกเสียตั้งแต่ต้นปี ก็เลยยังไม่เคยไป แต่ข่าวว่าในวันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ. นี้จะมีเวิร์คช็อปแกะยางลบให้ได้ไปร่วมเล่นกันในราคาเพียง 599 บาท ก็เลยอยากจะช่วยโปรโมทให้เค้าซะงั้น

หน้าตาน่าเอ็นดูเยี่ยงนี้ พึงมีการกล่าวถึงให้เป็นที่แพร่หลาย ใครไปมาแล้วช่วยเข้ามาเล่าให้ฟังหน่อยนะจ๊ะ จะเป็นพระคุณยิ่ง

Rubberer

comment one

Boxx Electric Motorbike เหลี่ยมไฟฟ้า

February 6, 2012


เปิดตัวไปแล้วในงาน Portland Motor Show ปลายเดือนมกราฯ ที่ผ่านมา หลังจากซุ่มทำ prototype อยู่หลายปี ในที่สุดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า Boxx ก็ได้ฤกษ์ปรากฏโฉมสู่สาธารณชนเสียที

นอกจากหน้าตาจะน่ารักไม่เหมือนใคร มอเตอร์ไซค์ Boxx ขนาด 1 เมตร สูง 3 ฟุต หน้าตาเหมือนกล่อง (สมชื่อ) รุ่นนี้ ยังมีคุณสมบัติดีงามหลายประการด้วยกัน ตัวอย่างเช่น
- ประหยัดไฟฟ้า ชาร์จ 4 ชั่วโมง วิ่งได้ 40 ไมล์หรือ 65 กม. (หรือสามารถอัพเกรดให้ชาร์จเพียง 1 ชั่วโมงและวิ่งได้ถึง 80 ไมล์หรือ 128 กม.)
- น้ำหนักเบา ทั้งคันหนักเพียง 120 ปอนด์ หรือ 55 กก.
- aerodynamic เห็นเหลี่ยมๆ อย่างนี้ แต่ต้านลมน้อยกว่ามอเตอร์ไซค์ทั่วไปถึง 3 เท่า
- สามารถเลือกออพชั่น heated seat สำหรับเมืองหนาวได้ด้วย

สนนราคาอยู่ที่ $3,995 หรือประมาณ 120,000 บาท สามารถเลือกสีตัวรถและสีเบาะได้ ใช้เวลาประกอบ 3 เดือน จะลองเข้าไปทำเป็นเลือก Boxx ของตัวเองดูเล่นๆ คลิกที่นี่เลยจ้ะ

ตายละวา… นอกจากวันๆ จะต้องชาร์จมือถือ, laptop, iPad, iPod, kindle และนานาประดามี ยังต้องชาร์จมอเตอร์ไซค์เพิ่มอีกคันนึงด้วยนะนี่ กลับไปขี่จักรยานดีกว่าเรา :P
Boxx

comment one

Flow Kitchen by StudioGorm

January 31, 2012

ช่างภาพหนุ่มสุดหล่อประจำโอโอเอ็ม pichansujaritsatit แนะนำดีไซน์สตูดิโอนี้มาค่ะ เท่เหลือหลาย ชื่อว่า Studio Gorm ของหนุ่มดัทช์ John Arndt กับภรรยาสาวชาวเกาหลี Wonhee Jeong ศิษย์เก่า Eindhoven แต่ตอนนี้มาตั้งสตูดิโออยู่ที่ Eugene ใกล้ๆ พอร์ตแลนด์นี่เอง
งาน industrial design ของคู่นี้น่าสนใจตามแบบฉบับดัทช์ คือพูดถึงปฏิสัมพันธ์กับบริบทต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม เห็นแล้วชวนให้คิด และไม่รู้ว่านี่มัน gimmick กระตุกต่อมคิด หรือว่าใช้งานได้จริงๆ กันแน่ ตัวอย่างที่ชัดเจนและเห็นระบบมากที่สุดคืองาน Flow Kitchen ที่พูดถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในกิจกรรมที่เราทำอย่างไม่ค่อยได้คิดในชีวิตประจำวัน และปล่อยให้มีความสูญเสียเกิดขึ้นมากมาย

ในงานชิ้นนี้ John Arndt บอกว่าเขาลองจำลองระบบนิเวศน์ในธรรมชาติ ที่มีการหมุนเวียนพึ่งพากันภายในระบบ เอามาผสานเข้ากับกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำในครัว จะเห็นว่าในกรณีนี้ เมื่อเราล้างจานแล้วคว่ำไว้ น้ำที่หยดจากจานจะหยดลงบนกระถางต้นไม้

ใกล้ๆ กันมีภาชนะดินเผาที่ดูดซับความชื้นได้ดี เป็นที่เก็บขนมปัง ธัญพืช และหอมกระเทียมฝาใช้แทนเขียงได้ในตัว

ส่วนอีกกระบะหนึ่งใช้แทนตู้เย็น เพราะเป็นดินเผา 2 ชั้น ใส่น้ำไว้รอบๆ ภายในกระบะก็จะเย็นพอสำหรับแช่เนยแข็ง ผักผลไม้

เวลาหั่นผักทำกับข้าวแล้วเทใส่ชามที่ฝังอยู่ในเคาน์เตอร์ พอชามเต็ม เราก็คว่ำลง เศษอาหารเหล่านั้นก็จะตกลงไปที่กระบะด้านล่าง กลายเป็นอาหารของไส้เดือน พอไส้เดือนย่อยเสร็จก็จะปล่อยมูลไส้เดือนออกมากลายเป็นปุ๋ยกลับไปใส่ต้นไม้ได้อีก จะเห็นว่าทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นใน Flow Kitchen ไม่มีการเหลือทิ้งโดยเปล่าประโยชน์เลย


Flow2 from Flow 2 on Vimeo.

ไม่แน่ใจว่ามีใครใช้งาน Flow Kitchen จริงๆ หรือยัง และสนนราคาอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ นี่คืองานดีไซน์ที่ย่อเรื่องใหญ่ๆ มาให้สมองน้อยๆ ของเราได้พิจารณาประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตของเรากันอย่างน่าสนใจมากทีเดียวเชียว
อ้อ… งานอื่นๆ ของสองสามีภรรยาก็น่าสนใจและสวยไม่ใช่เล่น นี่เป็นเพียงตัวอย่าง อยากดูงานทั้งหมดก็ต้องเข้าไปดูที่นี่เลยค่ะ StudioGorm


comment 2

our book

New Release! ฉันจะเป็นชาวนา ออกแล้วจ้า!

March 29, 2012

ออกแล้วจ้า!!!! หลังจากรายการ “ฉันจะเป็นชาวนา” ที่ออกอากาศทางไทยพีบีเอสจบไปเมื่อเดือนกรกฎาคมของปีที่แล้ว … อุ้ม สิริยากร ชาวนาคนใหม่ก็ตั้งอกตั้งใจเขียนหนังสือเล่มนี้มาเป็นเวลา 1 ปีเต็ม ในที่สุด “ฉันจะเป็นชาวนา คู่มือทำนาอินทรีย์ (และสร้างบ้านดินก้อนฟาง) สำหรับคนรุ่นใหม่” ก็พิมพ์เสร็จพร้อมวางแผง! เล่มหนาอ้วนปึ้ก 272 หน้าสี่สีสวยงาม ครบครันด้วยเนื้อหาครอบคลุมการทำนาอินทรีย์สำหรับผู้ที่อยากจะเริ่มต้น แต่ยังไม่มีความรู้ (เหมือนผู้เขียนเมื่อปีกว่าๆ ก่อนหน้านี้) ลองมาดูสารบัญกันหน่อยดีไหมคะว่าในเล่มมีอะไรให้อ่านบ้าง

ถึงแม้จะมีเนื้อหาแน่นเอี้ยดขนาดนี้ แต่รับรองว่าจะเพลิดเพลินในการอ่าน เพราะมีภาพถ่ายสวยๆ การออกแบบจัดหน้าอย่างดี พร้อมภาพประกอบน่ารักผลงานของพี่อ๊อบ อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์ ที่เคยวาดการ์ตูนให้คุณผู้ชมอมยิ้มมาแล้วในรายการฉันจะเป็นชาวนา มีตัวอย่างจากหน้าต่างๆ ในเล่มมาให้ดูด้วยค่ะ

 

ดูกันพอหอมปากหอมคอนะจ๊ะ ถ้าอยากอุดหนุนของจริง ต้องแวะไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์สิริกิติ์ บูธสำนักพิมพ์โอโอเอ็ม (W26 โซนเอเทรี่ยม) รับรองว่าได้อ่านก่อนใคร และซื้อได้ในราคาพิเศษลด 15% เหลือเพียงเล่มละ 280 บาท จากราคาเต็ม 325 บาท ต้องรีบกันหน่อยแล้วล่ะค่า…

no comment

ฉันจะเป็นชาวนา on DVD!

January 9, 2012


อดใจรออีกไม่นาน DVD รายการ “ฉันจะเป็นชาวนา” จะวางจำหน่ายแล้วค่ะ! ครบถ้วน 13 ตอน แถมด้วย animation 8 เรื่องน่ารักให้ดูกันอย่างจุใจ บรรจุในกล่องสวยงามเหมาะแก่การเก็บสะสม ผลิตโดย ThaiPBS และวางขายที่ร้านหนังสือทั่วประเทศ เช่น ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S ค่ะ ราคาชุดละ 699 บาทเท่านั้นค่ะ คุ้มสุดๆ ไปเล้ย!

ปกหลัง

แผ่นที่ 1 (ตอนที่ 1+2)

แผ่นที่ 2 (ตอนที่ 3+4)

แผ่นที่ 3 (ตอนที่ 5+6)

แผ่นที่ 4 (ตอนที่ 7+8)

แผ่นที่ 5 (ตอนที่ 9+10)

แผ่นที่ 6 และ 7 (ตอนที่ 11+12+13+ พิเศษ! การ์ตูนจากรายการทั้ง 8 เรื่อง)

5 comments

OOM@Book Fair2011

October 12, 2011


เจอกันให้ได้นะคะที่บูธสำนักพิมพ์โอโอเอ็ม ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 5-16 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่ 10.00-21.00 น. (วันอาทิตย์นี้วันสุดท้ายแล้วนะ!) มีหนังสือทุกเล่มของโอโอเอ็มในราคาพิเศษ (มาก!) ดังนี้จ้ะ

The New Café Culture เรื่องของคนรักกาแฟ (ฉบับสมบูรณ์)
ราคา 220 บาท (ปกติ 265 บาท)

Café Culture เรื่องของคนรักกาแฟ
ราคา 100 บาท (ปกติ 185 บาท)

Things To Make and Do ทำของใช้เอง (ปกแข็ง มีขายเฉพาะในงานเท่านั้น)
ราคา 350 บาท (เหลือแค่ 40 เล่มสุดท้ายนะจ๊ะ!)

Things To Make and Do ทำของใช้เอง (ปกอ่อน)
ราคา 250 บาท (ปกติ 350 บาท)

American Baking by Cee! ขนมอบอร่อยสไตล์อเมริกัน
ราคา 250 บาท (ปกติ 350 บาท)

Delightful Melbourne เก๋ไก๋ในเมลเบิร์น
ราคา 150 บาท (ปกติ 185 บาท)


เรื่องเล่าหน้าเตาถ่าน เล่ม 1 และเล่ม 2
ราคาเล่มละ 100 บาท (ปกติ 125 บาท)

เที่ยวกรุงเทพฯ
ราคา 150 บาท (ปกติ 245 บาท)

เที่ยวเชียงใหม่
ราคา 200 บาท (ปกติ 265 บาท)

ภูเก็ต กระบี่ สี่พิธีกร เจาะใจ
ราคา 150 บาท (ปกติ 250 บาท)

ปู๊น ปู๊น… 8 เส้นทางรถไฟสายสนุก
ราคา 180 บาท (ปกติ 245 บาท)

Vanilla Omiyage ของขวัญกินได้สไตล์วานิลลา
ราคา 180 บาท (ปกติ 250 บาท)

เจกับเจ้ อาหารเจอร่อยจัง
ราคา 200 บาท (ปกติ 275 บาท)

2 comments

OOM@Book Fair 2011 | W04 | Atrium Zone

August 29, 2011


picture from reading frenzy
ในที่สุดสำนักพิมพ์โอโอเอ็มก็จะมีบูธเป็นของตัวเองแล้ว! เจอกันแน่จ้ะที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 5-16 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์ บูธ W04 โซนเอเทรียม พบกับหนังสือราคาพิเศษ ใครตามหาเล่มไหนไม่เจอซักที ขี้เกียจสั่งทางอินเตอร์เน็ต แวะไปเลือกซื้อได้ค่ะ และจะมีสมุดโน้ตน่ารักๆ ของ The Paper Bakery กับที่รองแก้วและโรลบอร์ดสุดน่ารักจาก Things To Make and Do ด้วยนา
แล้วเจอกันนะค้า…

อ้อ… ใครเคยซื้อหนังสือ The New Café Culture ไปตั้งแต่ยังไม่ได้แก้สี (คือที่มุมสีเหลืองตรงชื่อหนังสือไม่มีรูปเมล็ดกาแฟ 3 เม็ด) เอามาเปลี่ยนเป็นเล่มใหม่ได้ที่บูธนะคะ (ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ)

2 comments

The New Café Culture+ไล-บรา-รี่

April 16, 2011

พิเศษสุดๆ! ซื้อ The New Café Culture วันนี้ รับฟรี กาแฟไล-บรา-รี่เย็น มูลค่า 95 บาท!

no comment