
อัพเดทกันอีกซักครั้งกับจักรยานสวยเท่วินเทจจากทั่วทุกสารทิศ เริ่มตั้งแต่จากร้าน AdelineAdeline ใจกลางกรุงนิวยอร์ก ที่มีแบรนด์โน้นนี้มารวบรวมไว้สวยใจสั่นทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น abici (รักมาก!), paper bicycles, public, christiania, kate spade (ขอแนะนำให้คลิกเข้าไปดูเสียทุกเว็บ โดยเฉพาะ abici ดูแล้วข้าพเจ้าถึงกับน้ำลายฟูมปากด้วยความอยากได้)




นอกจากจักรยานแล้วยังมี accessories เก๋กู้ดเพียบ ทั้งกระเป๋า หมวก ล็อค ที่ปั๊มลมยาง (เก๋ม๊ากกกกกกก)




ส่วนอีกแบรนด์ขวัญใจกระผมตลอดกาล คือ GLOBE จากแคลิฟอร์เนีย สวยกำลังดี คือกึ่งเดิ้นกึ่งวินเทจ และขี่ง่าย เพราะใช้มาแล้วหลายเดือนตอนอยู่พอร์ตแลนด์


แต่หล่อสุดคงต้องยกให้ Skeppshult (อ่านว่าชเก็พฮุลท์) เจ้าเก่าแก่แห่งสวีเดน หล่อมาเป็นร้อยปีทุกวันนี้ก็ยังหล่อไม่เลิก จนกระทั่งพ่อไทเลอร์ บรูเล แห่ง Monocle แกชวนไปทำรุ่น Monocle Limited Edition ให้ลอนดอนเนอร์ได้ขี่กันสวยๆ หล่อๆ อยู่โน่น (เคยกดราคาดูแล้วเกือบแสน ก็เลยเกือบเป็นลม)

ใครมีแบรนด์อะไรอยากจะแบ่งกันดู โพสต์มาได้เลยจ้า… อยากเห็นๆ
my diary
Cool Bikes!
January 26, 2012
Botanical Interests เมล็ดพันธุ์แสนสวย
January 14, 2012

เคยไหมคะเวลานึกอยากจะปลูกผักกินเองแล้วไปหาซื้อเมล็ดพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นที่จตุจักร แผงขายต้นไม้ หรือตามซูเปอร์มาร์เก็ต จะเกิดอาการหมดกำลังใจ เพราะมีแต่เมล็ดพันธุ์ซองวาวๆ ของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ไม่ต้องอธิบายมากก็คงรู้ว่าเป็นเจ้าแห่งการผูกขาดและการทารุณกรรมสัตว์รวมทั้งสิ่งแวดล้อมอันดับต้นๆ ของโลก หรือไม่ก็เป็นของบริษัทขายเมล็ดพันธุ์ที่ “ทำหมัน” เมล็ดพืชให้ปลูกได้ครั้งเดียว จึงต้องจ่ายเงินเป็นลูกค้าเขาเรื่อยไป แบบนี้ก็อาจทำเอาเราเปลี่ยนใจ ไม่ปล่งไม่ปลูกมันแล้ว! ขึ้นมาได้เหมือนกับที่ผู้เขียนเคยประสบ
และแล้วในที่สุด… ก็ได้เจอกับ Botanical Interests เมล็ดพันธุ์ในฝัน คือเป็นเมล็ดพันธุ์อินทรีย์ บรรจุในซองสวยงาม ข้อมูลละเอียดยิบ มีให้เลือกมากมาย ทั้งผัก สมุนไพร และดอกไม้ ปลูกแล้วสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกในฤดูต่อๆ ไปได้ และที่น่าสนใจคือเป็นของบริษัทที่เริ่มต้นโดยครอบครัวเล็กๆ (แต่ตอนนี้ใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มไปแล้วน่ะนะ)
Botanical Interests เป็นธุรกิจในครัวเรือนของสองสามีภรรยาชาวอเมริกัน Curtis Jones และ Judy Seaborn สิ่งที่ทั้งคู่ตั้งปณิธาณไว้ก็คือ นอกจากจะเสาะหาเมล็ดพันธุ์ดี (ปลูกโดยเกษตรกรอินทรีย์ เป็นพันธุ์พื้นเมือง) นำมาทดสอบความงอกจนแน่ใจก่อนส่งไปขายแล้ว ซองที่ใส่เมล็ดเหล่านั้นจะต้องสวยงาม และมีรายละเอียดที่น่ารู้บรรจุไว้ให้มากที่สุด

ในปี 1995 ทั้งคู่จึงเริ่มต้นธุรกิจในห้องนอนที่ว่างอยู่ในบ้าน ใครจะนึกว่าผ่านไปแค่ 15 ปี ตอนนี้ Botanical Interests ขยายใหญ่โตไปหลายเท่า จนกระทั่งมีโกดังมหึมา และมีเมล็ดพันธุ์กว่า 500 ชนิดให้เลือกซื้อ (เป็นเมล็ดพันธุ์อินทรีย์ประมาณ 145 ชนิด) มีศิลปินนักวาดภาพต้นไม้มาวาดซองให้ซองแล้วซองเล่า ดูน่าซื้อหาน่าหยิบมาดูเล่นเป็นที่สุด

โกดังของ Botanical Interests ที่ Colorado
ผู้เขียนเคยไปที่ Portland Nursery and Garden Center ทีแรกกะจะไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผักซัก 2-3 อย่าง ผลปรากฏว่าเจอ Botanical Interests เข้าไป ได้มาเป็นสิบอย่าง! แล้วตลอดฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อนปีนั้นก็มีผักกินกันไม่หวาดไม่ไหว แถมด้วยความเพลิดเพลินมีความสุขกับการทำสวนผักเล็กๆ สองแปลงอย่างที่ไม่เคยนึกว่าจะได้ประสบมาก่อน (และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นึกอยากจะกลับไปทำนาที่เมืองไทยในเวลาต่อมาด้วย)
ถึงแม้เมล็ดพันธุ์ส่วนใหญ่จะเป็นผักผลไม้เมืองหนาว แต่ลองดาวน์โหลดแคตาล็อกของปีนี้มาดูเล่นก่อนก็ได้ค่ะ เผื่อใครจะได้แรงบันดาลใจไปทำแบรนด์เมล็ดพันธุ์ไทยให้สวยน่าซื้ออย่างเขาบ้าง



คุณเคอร์ติสแกพูดติดตลกเอาไว้นี่คะว่า "I like to say that we're a gardening education company that just happens to sell seeds : ผมอยากจะเรียกตัวเองว่าเราเป็นบริษัทที่ให้ความรู้เรื่องการทำสวน ที่บังเอิ๊ญมีเมล็ดพันธุ์ขายด้วยน่ะครับ" แหม... อยากให้เมืองไทยบังเอิญมีเรื่องแบบนี้บ้างจังเนาะ
Go Green (Forever®)
January 8, 2012

เชื่อไหมว่าการรีไซเคิลกระป๋องน้ำอัดลมเพียงใบเดียว สามารถช่วยประหยัดไฟฟ้าได้เท่ากับการใช้คอมพิวเตอร์ 3 ชั่วโมง หรือการเติมลมยางให้เหมาะสม สามารถประหยัดน้ำมันขึ้นได้ถึง 3% …
ปัญหาสิ่งแวดล้อมอาจจะฟังดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่คนตัวเล็กๆ อย่างเราช่วยกันได้ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ฟังดูอาจจะไม่ได้อลังการอะไร แต่ถ้าช่วยกันทำคนละนิดคนละหน่อย สุดท้ายก็จะกลายเป็นพลังยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนโลกได้ … นี่คือไอเดียเบื้องหลังแสตมป์เพื่อสิ่งแวดล้อม Go Green (Forever®) ของ USPS (ไปรษณีย์อเมริกา)ทั้ง 16 ดวง
ภาพวาดน่ารักๆ ฝีมือ Eli Noyes และ Derry Noyesนักวาดภาพประกอบและคนทำหนังมือรางวัล จะทำให้คุณอมยิ้มและเห็นด้วยว่าเพียงแค่การปิดไฟเมื่อไม่ใช้, เติมลมยางรถยนต์, ขี่จักรยาน, เปลี่ยนเป็นหลอดประหยัดไฟ หรืออะไรอีกหลายอย่างก็ไม่ยากเกินไป และนอกจากจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตคุณไปพร้อมๆ กัน
และแทนที่แสตมป์จะเป็นเพียงแค่ “ค่าส่งจดหมาย” มันก็ได้กลายเป็น “ค่าส่งที่มีความหมาย” ให้เราได้สะสมความดีเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง จริงไหม…
DODO Case
January 7, 2012

นี่คือ ipad case ที่เราชอบที่สุด (ณ ปัจจุบัน) หลังจากทรมานทรกรรมกับการถือ ipad ด้วยความระมัดระวังยิ่งชีพ เพราะยังหา case ที่ถูกใจไม่ได้เสียที บางอันก็เป็นหนังเก่าสวยเชียว แต่ดั๊นมีโลโก้บริษัทตัวใหญ่เบ้อเริ่มเบ้อเทิ่ม บางอันก็บางไปหน่อย ตั้งไม่ได้ และส่วนใหญ่ก็… ยังไม่สวย

ในที่สุด เราก็หาของสวยถูกใจได้เสียที DODO Case จาก San Francisco นี่ไง ไปเจอเข้าที่ร้าน J.Crew แล้วถึงกับต้องยิ้มออกมา สิ่งที่แจ๋วมากของ DODO ไม่ใช่แค่ทำด้วยมือทุกชิ้นและโครงเป็นไม้ไผ่สวยเนียนอย่างเดียว แต่มันคือการอำพรางอุปกรณ์อ่านอิเล็คทอรนิกส์อย่าง ipad หรือ Kindle ให้กลายเป็นหนังสือเข้าเล่มโบราณไปได้อย่างแนบเนียน

เพิ่งสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตไปเมื่อตะกี๊ กว่าจะได้ของคงอีกหลายวัน ถ้างั้นระหว่างนี้มาดูรูปเล่นกันไปพลางๆ แล้วกันนะจ๊ะ







Paper Boat Press+Dyptique
October 24, 2011

น้ำท่วมอย่าได้เศร้า เรายังต้องหาสิ่งสวยๆ งามๆ ให้ชีวิตสดชื่น แต่ติดแหง็กเฝ้าสถานการณ์น้ำอยู่ที่บ้านอย่างนี้ ต้องใช้นิ้วชี้ๆ เคาะๆ ช้อปปิ้งออนไลน์กันดีกว่า วันนี้มีร้านใหม่ๆ น่ารัก และคอลเล็คชั่นพิเศษจากสุดเลิ๊บเจ้าเก่าแก่ของเรามาฝากกันจ้ะ

เริ่มกันที่ Paper Boat Press ร้านเครื่องเขียนและของกระจุกกระจิกน่ารักจากออสเตรเลีย มีสมุดโน้ต เซรามิกพิมพ์บทกลอนและคำคมสร้างแรงบันดาลใจ หรือป้ายห้อยของน่ารักทั้งน้าน…



และในโอกาสครบรอบ 50 ปีของผลิตภัณฑ์เครื่องหอมชื่อก้อง Dyptique จากปารีส คอลเล็คชั่น 34 Saint Germain จึงปรากฏตัวออกมาในปีนี้ เพื่อฉลองการตั้งร้านที่ห้องเลขที่ 34 บนถนน Saint Germain เมื่อปี 1961 โดยเพื่อนหัวก้าวหน้า 3 คน คือ Desmond Knox-Leet, Yves Coueslant และ Christiane Gautrot

แรกเริ่มทั้งสามคนตั้งใจทำร้านขายของแต่งบ้าน และเริ่มทำเทียนหอมที่สีเข้ากันกับผ้าม่านที่พวกเขาออกแบบ แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า ลูกค้าเกิดถูกใจในกลิ่นแปลกหาที่ไหนไม่เหมือนของเทียนเหล่านั้น จนทำให้ในปี 1963 คอลเล็คชั่นแรกของเทียนหอม Dyptique ก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างจริงจัง

จนเดี๋ยวนี้ผลิตภัณฑ์มากมายของ Dyptique ได้กรุ่นกลิ่นหอมรัญจวนไปทั่วทุกมุมห้องของทุกมุมโลก มีดีไซเนอร์ดังหลายคนมาช่วยกันออกแบบกลิ่นพิเศษไม่เหมือนใคร (อย่างกลิ่นโบสถ์เก่าของ Galliano นั่นไง จุดทีไรรู้สึกว่าบ้านเราขลังขึ้นมาทุกที)
ถ้าอยากร่วมฉลองไปด้วยกันกับเขา ต้องเข้าไปดูคอลเล็คชั่น 34 Saint Germain อย่างที่ว่า แล้วเลือกมาสักอย่างสองอย่าง เพราะมีทั้งสเปรย์ เทียน สบู่ ให้เลือกหอม ที่เราหมายตาไว้น่าจะเป็นเทียนแก้วเคลือบขาวทรงแบน หรือไม่ก็สบู่แบบมีสายแขวน จะเอามาจุดมาใช้ให้บ้านกลายเป็นเลขที่ 34 ไปด้วยเล้ย…



our book
ฉันจะเป็นชาวนา on DVD!
January 9, 2012

อดใจรออีกไม่นาน DVD รายการ “ฉันจะเป็นชาวนา” จะวางจำหน่ายแล้วค่ะ! ครบถ้วน 13 ตอน แถมด้วย animation 8 เรื่องน่ารักให้ดูกันอย่างจุใจ บรรจุในกล่องสวยงามเหมาะแก่การเก็บสะสม ผลิตโดย ThaiPBS และวางขายที่ร้านหนังสือทั่วประเทศ เช่น ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S ค่ะ ราคาชุดละ 699 บาทเท่านั้นค่ะ คุ้มสุดๆ ไปเล้ย!

ปกหลัง

แผ่นที่ 1 (ตอนที่ 1+2)

แผ่นที่ 2 (ตอนที่ 3+4)

แผ่นที่ 3 (ตอนที่ 5+6)

แผ่นที่ 4 (ตอนที่ 7+8)

แผ่นที่ 5 (ตอนที่ 9+10)

แผ่นที่ 6 และ 7 (ตอนที่ 11+12+13+ พิเศษ! การ์ตูนจากรายการทั้ง 8 เรื่อง)
OOM@Book Fair2011
October 12, 2011

เจอกันให้ได้นะคะที่บูธสำนักพิมพ์โอโอเอ็ม ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 5-16 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่ 10.00-21.00 น. (วันอาทิตย์นี้วันสุดท้ายแล้วนะ!) มีหนังสือทุกเล่มของโอโอเอ็มในราคาพิเศษ (มาก!) ดังนี้จ้ะ

The New Café Culture เรื่องของคนรักกาแฟ (ฉบับสมบูรณ์)
ราคา 220 บาท (ปกติ 265 บาท)

Café Culture เรื่องของคนรักกาแฟ
ราคา 100 บาท (ปกติ 185 บาท)

Things To Make and Do ทำของใช้เอง (ปกแข็ง มีขายเฉพาะในงานเท่านั้น)
ราคา 350 บาท (เหลือแค่ 40 เล่มสุดท้ายนะจ๊ะ!)

Things To Make and Do ทำของใช้เอง (ปกอ่อน)
ราคา 250 บาท (ปกติ 350 บาท)

American Baking by Cee! ขนมอบอร่อยสไตล์อเมริกัน
ราคา 250 บาท (ปกติ 350 บาท)

Delightful Melbourne เก๋ไก๋ในเมลเบิร์น
ราคา 150 บาท (ปกติ 185 บาท)


เรื่องเล่าหน้าเตาถ่าน เล่ม 1 และเล่ม 2
ราคาเล่มละ 100 บาท (ปกติ 125 บาท)

เที่ยวกรุงเทพฯ
ราคา 150 บาท (ปกติ 245 บาท)

เที่ยวเชียงใหม่
ราคา 200 บาท (ปกติ 265 บาท)

ภูเก็ต กระบี่ สี่พิธีกร เจาะใจ
ราคา 150 บาท (ปกติ 250 บาท)

ปู๊น ปู๊น… 8 เส้นทางรถไฟสายสนุก
ราคา 180 บาท (ปกติ 245 บาท)

Vanilla Omiyage ของขวัญกินได้สไตล์วานิลลา
ราคา 180 บาท (ปกติ 250 บาท)

เจกับเจ้ อาหารเจอร่อยจัง
ราคา 200 บาท (ปกติ 275 บาท)
OOM@Book Fair 2011 | W04 | Atrium Zone
August 29, 2011

picture from reading frenzy
ในที่สุดสำนักพิมพ์โอโอเอ็มก็จะมีบูธเป็นของตัวเองแล้ว! เจอกันแน่จ้ะที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 5-16 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์ บูธ W04 โซนเอเทรียม พบกับหนังสือราคาพิเศษ ใครตามหาเล่มไหนไม่เจอซักที ขี้เกียจสั่งทางอินเตอร์เน็ต แวะไปเลือกซื้อได้ค่ะ และจะมีสมุดโน้ตน่ารักๆ ของ The Paper Bakery กับที่รองแก้วและโรลบอร์ดสุดน่ารักจาก Things To Make and Do ด้วยนา
แล้วเจอกันนะค้า…

อ้อ… ใครเคยซื้อหนังสือ The New Café Culture ไปตั้งแต่ยังไม่ได้แก้สี (คือที่มุมสีเหลืองตรงชื่อหนังสือไม่มีรูปเมล็ดกาแฟ 3 เม็ด) เอามาเปลี่ยนเป็นเล่มใหม่ได้ที่บูธนะคะ (ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ)
เล่มใหม่พิมพ์เสร็จแล้วค่ะ!
April 9, 2011
The New Café Culture เล่มใหม่พิมพ์เสร็จแล้วค่ะ! ใครที่ซื้อไปแล้วก่อนหน้านี้ รบกวนส่งไปรษณีย์กลับมาตามที่อยู่ด้านหลังหนังสือเลยนะคะ เราจะรีบเปลี่ยนเล่มใหม่ส่งกลับไปให้พร้อมลายเซ็น ใครไม่แน่ใจว่าตัวเองมีเล่มเก่าหรือเล่มใหม่ มีจุดสังเกตง่ายๆ 2 จุดค่ะ คือเล่มใหม่ ในกรอบเหลืองชื่อหนังสือ จะมีเมล็ดกาแฟ 3 เมล็ด และที่สันหนังสือ จะมีเมล็ดกาแฟ 1 เมล็ดใกล้ๆ กับราคาหนังสือที่ด้านล่าง ถ้าไม่มี ส่งกลับมาเปลี่ยนได้เลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ




