my diary

Kinfolk Flower Potluck

April 30, 2013

หลังจากติดตามผลงานมานาน สุดท้ายเราก็ได้แวะไปออฟฟิศ Kinfolk Magazine นิตยสารโปรดกับเขาเสียที! Headquarter แสนสวยใหม่เอี่ยม (เพราะเพิ่งย้ายมาได้แค่สองเดือน) อยู่ห่างจากบ้านเราที่พอร์ตแลนด์ไปแค่ 10 นาที แล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (27 เมษาฯ) เค้ามีปาร์ตี้จัดดอกไม้ เราเลยได้โอกาสแวะไปเจอกับทีมงาน ทั้ง Nathan และ Katie สามีภรรยา (ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการ) Julie (คนจัดงาน) และช่างภาพคนโปรด Laura D’art ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอ่าน Kinfolk แล้วรู้สึกอบอุ่นสบายใจ ก็คนทำน่ะเป็นกันเองและจิตใจดีหมดทุกคนเลยนี่นา หวังว่าคงมีโอกาสได้ร่วมงานและเจอะเจอกันอีกในเร็วๆ นี้ ใครเป็นแฟน Kinfolk เตรียมตัวติดตามเล่มใหม่ว่าด้วยญี่ปุ่นทั้งเล่มที่กำลังจะวางแผงเป็นเล่มต่อไป ส่วนใครยังไม่เคยอ่าน ลองเข้าไปดู เว็บไซต์ และ blog ของคุณเนธานกันก่อนจ้ะ

Riley Messina, floral artist

 

Julie, Gatherings & Community Engagement

My arrangement

with Nathan Williams, Kinfolk's Editor

My arrangement 2

 

comment one

The Maker Project

January 30, 2013

อยู่ Brooklyn อย่าให้เสียเปล่า ช่างภาพสาว Jennifer Causey เลยทำการออกพบปะ “ช่างฝีมือรุ่นใหม่” ในชุมชนคนสร้างสรรค์แห่งนี้ แล้วเริ่มต้น blog ชื่อ The Makers บอกเล่าเรื่องราวของคนใช้ใจและมือทำงานสวยๆ ออกมาให้โลกได้ชื่นชม

หนุ่มสาวที่เราได้รู้จักในบล็อก มีทั้งคนทำช็อกโกแลต คนตัดกางเกงยีนส์ คนทำจิวเวลรี่ นักจัดดอกไม้ คนคั่วกาแฟ คนทำขวาน ช่างปั้นเซรามิก สไตลิสต์ ช่างภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย ต่างอาชีพ ต่างประสบการณ์ แต่สิ่งหนึ่งที่มีร่วมกันคือทุกคนเป็นศิลปิน เป็นผู้สร้าง และเป็นผู้ทำความรักและความฝันให้กลายมาเป็นงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ ที่ไม่ต้องวางหรือแขวนอยู่กับผนังเพียงอย่างเดียว

ถึงเวลาแล้วละมังที่เราต้องยอมรับกันเสียทีว่าโลกนี้ไม่ได้หมุนด้วยแค่การเมือง เศรษฐกิจ และวิทยาการ หากแต่ฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้มันขับเคลื่อนคือความงาม ศิลปะ และจินตนาการของผู้คนที่อยู่ในนั้นต่างหากล่ะ

The Makers Project

 

comment one

UPPERCASE MAGAZINE

January 15, 2013

และแล้วก็เจอ UPPERCASE แม็กกาซีนเล่มโปรดเล่มใหม่ ที่จั่วหัวไว้ว่าเป็น a magazine for the creative and curious ข้างในเลยเต็มไปด้วยไอเดียสนุกๆ สำหรับคนชอบประดิดประดอยและทำอะไรด้วยมือ (แหม… ตอนนี้กระแส crafty เขาช่างมาแรงแท้!) แถมมีวงเล็บต่อท้าย (ตัวใหญ่ๆ) ด้วยว่า… ออกมาเป็นของเก๋ไก๋ ไม่ใช่ไก่กาป้าๆ บ้านๆ หรือไม่ก็ …ไม่รู้จะทำไปทำไม… อย่างที่หลายคนชอบคิดเวลาพูดถึงงานฝีมือนะจ๊ะ
น่าสนใจที่แม็กกาซีนแจ๋วขนาดนี้ ไม่ได้มี headquarter อยู่นิวยอร์กหรือซานฟรานฯ แต่มาจากเมืองหนาวๆ คาวบอยๆ อย่าง Calgary ในแคนาดา และนอกจากจะพิมพ์ UPPERCASE ออกมาได้ห้าปีถ้วนแล้ว ทีมงานยังออกแบบหนังสือสวยๆ โปรเจ็คท์น่ารักๆ ออกมามากมาย ดูกันไป เพลินกันไป ได้แรงบันดาลใจแล้วก็จะได้ลุกขึ้นมาทำอะไรสนุกๆ ด้วยสมองและสองมือของเราบ้าง ดีออกเนอะ…

 

 

comment 2

fog linen work

July 30, 2012

ชอบเธอ ชอบ fog ชอบผ้าลินิน ชอบความมุ่งมั่นแบบสุภาพของคนญี่ปุ่น…

ถ้าเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน Yumiko Sekine ไม่อยากได้ผ้าลินินแบบที่เคยใช้สมัยเด็กแล้วหาไม่ได้ ถ้ายูมิโกะไม่ดั้นด้นเดินทางไป Lituania ประเทศต้นตำรับการปลูก flax (ที่เอามาทอเป็นผ้าลินินอีกที) แล้วถ้ายูมิโกะไม่ตัดสินใจออกแบบผลิตภัณฑ์น่าใช้ผลิตที่ลิทัวเนียแล้วส่งไปขายที่ญี่ปุ่นและทั่วโลก ทุกวันนี้เราคงไม่มีงานผ้าสวยๆ ตรา fog linen work ให้ได้ชื่นชม


เราเริ่มซื้องานของ fog มาตั้งแต่เพิ่งเริ่มใหม่ๆ ยิ่งใช้ยิ่งชอบ ยิ่งซักยิ่งสวย

ขอบคุณนะยูมิโกะ…

comment one

Cute Illustrations from Portland!

June 27, 2012

วันนี้มีอิลลัสเตรเตอร์สองสาวขวัญใจคนใหม่ของเรามาแนะนำค่ะ คนแรกคงคุ้นๆ ฝีไม้ลายมือกันอยู่บ้าง เพราะเชื่อว่าใครได้เห็นรูปเด็กหญิงหน้าตาอมทุกข์ (แต่ทำเราอมยิ้ม) ของ Julianna Swaney แล้วคงลืมได้ยาก อาจจะคล้ายๆ กับตอนเห็นงานหม่นๆ ของ Edward Gorey ที่ตามมาอยู่ในความคิดของเราอยู่เรื่อยละมัง

ส่วนอีกคนเราตามงานเขามาหลายปีโดยที่ไม่รู้ตัว จำได้ว่าซื้อหนังสือ Wildwood กับ The Myterious Benedict Society เพราะว่าชอบหน้าปก และ Pin รูปน่ารักๆ หลายต่อหลายรูป แล้วก็มารู้ทีหลังว่าทั้งหมดเป็นงานของ Carson Ellis

ดูไปดูมาก็ให้รู้สึกว่างานสองคนนี้ตระกูลเดียวกันเป๊ะเลย ทั้งลายเส้นทั้งสกีมสี หรือเพราะเหตุนี้เราเลยชอบทั้งสองคนพอๆ กัน แต่ที่เยี่ยมกว่านั้นคือทั้งคู่บ้านอยู่พอร์ตแลนด์! เดี๋ยวก็หอบงานขี่จักรยานไปขอลายเซ็นซะเลยนี่!

no comment

Mast Brothers Chocolate

March 8, 2012


จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีหนุ่มหน้ามนสองคนคัดสรรเมล็ดโกโก้ที่ดีที่สุดในโลก นำมาทำเป็น hand-crafted chocolate ที่มีส่วนผสมหลักเพียงสองอย่าง คือโกโก้และน้ำตาลอ้อย ห่อด้วยมือทุกชิ้นด้วยกระดาษลายสวยที่ออกแบบโดยคนในครอบครัวและผองเพื่อน เรียกว่าทุกอย่างทำด้วยความตั้งอกตั้งใจแบบเกินธรรมดา

คำตอบก็คือ Mast Brothers Chocolate ของสองพี่น้องนาม Michael และ Rick แห่งมหานครนิวยอร์กน่ะสิจ๊ะ เราเห็นชอกโกแลตของพี่เขาครั้งแรกที่ Stumptown เพราะว่ามีเวอร์ชั่นพิเศษ ชอกโกแลตใส่เมล็ดกาแฟ Stumptown ด้วย

มาทำความรู้จักกับสองพี่น้องกันหน่อยดีไหมคะ ว่าทำไมพวกเขาถึงหลงใหลการทำชอกโกแลตและการทำอะไรด้วยมือขนาดนี้ และการที่กินชอกโกแลตแล้วรู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสือของ Mark Twain อย่างที่เขาว่าน่ะมันเป็นยังไง

Mast Brothers Chocolate from Brennan Stasiewicz on Vimeo.

เท่านั้นยังไม่พอ ขอแปะรูปเพิ่มเติมให้เห็นกันไปเลยว่าเวิร์คช็อปชอกโกแลตของ Mast Brothers สร้างแรงบันดาลใจและน่าชื่นชมขนาดไหน enjoy ค่ะ…






‘It’s the old way that’s now new again. And I think it’s spreading like wild fire too.’ Rick Mast
Mast Brothers Chocolate

Photo courtesy of www.themakersproject.com by Jennifer Causey.

comment one

Kinfolk Magazine : A Guide for Small Gatherings.

February 14, 2012


Kinfolk Magazine : A Guide for Small Gatherings. คือคำขวัญของนิตยสารแสนสวย ว่าด้วยการ “มาเจอกัน” ของผู้คน ไม่อยากบรรยายอะไรมาก เพราะรูปเหล่านี้ “เล่า” ได้ดีกว่าคำบรรยายนับหมื่นคำ ขอตั้งปณิธาณว่าสักวันหนึ่งจะถ่ายรูปออกมาจนสวยอย่างนี้ให้ได้…










ข่าวดีคือ เล่มแรกสามารถอ่านได้ฟรีบน internet ที่นี่ หรือมีเวอร์ชั่น iPad ด้วย แต่ก่อนอื่น เข้าไปฟัง manifesto ของพวกเค้ากันก่อนค่ะ เป็นวีดิโอที่สวยมากเลย
Kinfolk

comment one

Rubberer

February 11, 2012


ไปเห็นมาจาก wall ของคุณป้าจ๋า กราฟิกดีไซเนอร์คนเก่งแล้วก็ต้องกด likeๆๆๆๆ ให้ร้านและเวิร์คช็อปตรายางลบ (เออคำนี้ไม่เลว) ที่ชั้น 2 โรงหนังลิโด ชื่อว่า Rubberer เพิ่งเปิดตัวเพจบน FB ไปเมื่อต้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมานี้เอง เนื่องจากกระผมมาประเทศนอกเสียตั้งแต่ต้นปี ก็เลยยังไม่เคยไป แต่ข่าวว่าในวันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ. นี้จะมีเวิร์คช็อปแกะยางลบให้ได้ไปร่วมเล่นกันในราคาเพียง 599 บาท ก็เลยอยากจะช่วยโปรโมทให้เค้าซะงั้น

หน้าตาน่าเอ็นดูเยี่ยงนี้ พึงมีการกล่าวถึงให้เป็นที่แพร่หลาย ใครไปมาแล้วช่วยเข้ามาเล่าให้ฟังหน่อยนะจ๊ะ จะเป็นพระคุณยิ่ง

Rubberer

comment one

Boxx Electric Motorbike เหลี่ยมไฟฟ้า

February 6, 2012


เปิดตัวไปแล้วในงาน Portland Motor Show ปลายเดือนมกราฯ ที่ผ่านมา หลังจากซุ่มทำ prototype อยู่หลายปี ในที่สุดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า Boxx ก็ได้ฤกษ์ปรากฏโฉมสู่สาธารณชนเสียที

นอกจากหน้าตาจะน่ารักไม่เหมือนใคร มอเตอร์ไซค์ Boxx ขนาด 1 เมตร สูง 3 ฟุต หน้าตาเหมือนกล่อง (สมชื่อ) รุ่นนี้ ยังมีคุณสมบัติดีงามหลายประการด้วยกัน ตัวอย่างเช่น
- ประหยัดไฟฟ้า ชาร์จ 4 ชั่วโมง วิ่งได้ 40 ไมล์หรือ 65 กม. (หรือสามารถอัพเกรดให้ชาร์จเพียง 1 ชั่วโมงและวิ่งได้ถึง 80 ไมล์หรือ 128 กม.)
- น้ำหนักเบา ทั้งคันหนักเพียง 120 ปอนด์ หรือ 55 กก.
- aerodynamic เห็นเหลี่ยมๆ อย่างนี้ แต่ต้านลมน้อยกว่ามอเตอร์ไซค์ทั่วไปถึง 3 เท่า
- สามารถเลือกออพชั่น heated seat สำหรับเมืองหนาวได้ด้วย

สนนราคาอยู่ที่ $3,995 หรือประมาณ 120,000 บาท สามารถเลือกสีตัวรถและสีเบาะได้ ใช้เวลาประกอบ 3 เดือน จะลองเข้าไปทำเป็นเลือก Boxx ของตัวเองดูเล่นๆ คลิกที่นี่เลยจ้ะ

ตายละวา… นอกจากวันๆ จะต้องชาร์จมือถือ, laptop, iPad, iPod, kindle และนานาประดามี ยังต้องชาร์จมอเตอร์ไซค์เพิ่มอีกคันนึงด้วยนะนี่ กลับไปขี่จักรยานดีกว่าเรา :P
Boxx

comment one

Flow Kitchen by StudioGorm

January 31, 2012

ช่างภาพหนุ่มสุดหล่อประจำโอโอเอ็ม pichansujaritsatit แนะนำดีไซน์สตูดิโอนี้มาค่ะ เท่เหลือหลาย ชื่อว่า Studio Gorm ของหนุ่มดัทช์ John Arndt กับภรรยาสาวชาวเกาหลี Wonhee Jeong ศิษย์เก่า Eindhoven แต่ตอนนี้มาตั้งสตูดิโออยู่ที่ Eugene ใกล้ๆ พอร์ตแลนด์นี่เอง
งาน industrial design ของคู่นี้น่าสนใจตามแบบฉบับดัทช์ คือพูดถึงปฏิสัมพันธ์กับบริบทต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม เห็นแล้วชวนให้คิด และไม่รู้ว่านี่มัน gimmick กระตุกต่อมคิด หรือว่าใช้งานได้จริงๆ กันแน่ ตัวอย่างที่ชัดเจนและเห็นระบบมากที่สุดคืองาน Flow Kitchen ที่พูดถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในกิจกรรมที่เราทำอย่างไม่ค่อยได้คิดในชีวิตประจำวัน และปล่อยให้มีความสูญเสียเกิดขึ้นมากมาย

ในงานชิ้นนี้ John Arndt บอกว่าเขาลองจำลองระบบนิเวศน์ในธรรมชาติ ที่มีการหมุนเวียนพึ่งพากันภายในระบบ เอามาผสานเข้ากับกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำในครัว จะเห็นว่าในกรณีนี้ เมื่อเราล้างจานแล้วคว่ำไว้ น้ำที่หยดจากจานจะหยดลงบนกระถางต้นไม้

ใกล้ๆ กันมีภาชนะดินเผาที่ดูดซับความชื้นได้ดี เป็นที่เก็บขนมปัง ธัญพืช และหอมกระเทียมฝาใช้แทนเขียงได้ในตัว

ส่วนอีกกระบะหนึ่งใช้แทนตู้เย็น เพราะเป็นดินเผา 2 ชั้น ใส่น้ำไว้รอบๆ ภายในกระบะก็จะเย็นพอสำหรับแช่เนยแข็ง ผักผลไม้

เวลาหั่นผักทำกับข้าวแล้วเทใส่ชามที่ฝังอยู่ในเคาน์เตอร์ พอชามเต็ม เราก็คว่ำลง เศษอาหารเหล่านั้นก็จะตกลงไปที่กระบะด้านล่าง กลายเป็นอาหารของไส้เดือน พอไส้เดือนย่อยเสร็จก็จะปล่อยมูลไส้เดือนออกมากลายเป็นปุ๋ยกลับไปใส่ต้นไม้ได้อีก จะเห็นว่าทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นใน Flow Kitchen ไม่มีการเหลือทิ้งโดยเปล่าประโยชน์เลย


Flow2 from Flow 2 on Vimeo.

ไม่แน่ใจว่ามีใครใช้งาน Flow Kitchen จริงๆ หรือยัง และสนนราคาอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ นี่คืองานดีไซน์ที่ย่อเรื่องใหญ่ๆ มาให้สมองน้อยๆ ของเราได้พิจารณาประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตของเรากันอย่างน่าสนใจมากทีเดียวเชียว
อ้อ… งานอื่นๆ ของสองสามีภรรยาก็น่าสนใจและสวยไม่ใช่เล่น นี่เป็นเพียงตัวอย่าง อยากดูงานทั้งหมดก็ต้องเข้าไปดูที่นี่เลยค่ะ StudioGorm


comment 2